banner

คล็อปป์ ในเกมอุ่นเครื่อง ลิเวอร์พูลเอาชนะไมนซ์ด้วยประตู 1 ต่อ 0

คล็อปป์ ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้เจอกับ ไมนซ์ โดยมี เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือวัย 54 ปี เป็นผู้ควบคุมทีม ซึ่งต้องบอกเลยว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล สามารถเอาชนะได้ด้วยประตู 1 ต่อ 0 ทำให้เห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล มีการพัฒนาขึ้นมากในเรื่องของการรุกอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันคนนี้ เคยเป็นนักเตะของสโมสรไมนซ์ ซึ่งเขาได้อยู่ร่วมเล่นให้กับสโมสรเป็นระยะเวลาถึง 12 ปี โดยเขาเองนั้น ได้รับบทบาทให้อยู่ในตำแหน่งผู้เล่นกองหน้าตัวรุก ก่อนจะได้ย้ายตำแหน่งมาเล่นกองหลัง ซึ่งเมื่อในปี 2001 เขาได้ประกาศแขวนสตั๊ด และผันตัวมาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลแทน

ต่อมาในปี 2004 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นเขาก็พยายามอย่างมาก เพื่อนำพาทีมเลื่อนขึ้นไปสู่ บุนเดิสลีกา จนกระทั่งถึงปี 2006-2007 เขาก็ยังพาทีมไปสู่ขั้นนั้นไม่ได้ ทำให้เขาได้ลาออกจากสโมสรในปี 2008

ซึ่งในเวลาต่อมานั้น เขาได้รับบทบาทผู้จัดการทีมอีกครั้ง และเป็นผู้จัดการทีมให้กับ โบรุสซีอา ดอร์ทมุนท์ เป็นที่รู้จักกันดีในศึก บุนเดิสลีกา ภายใต้ชื่อของ เสือเหลือง และในที่สุดเขาสามารถนำพาทีมประสบความสำเร็จได้ในปี 2010-2011 ซึ่งดอร์ทมุนด์ในปีนั้นก็ได้แชมป์มาครอง โดยการคุมทัพของ เจอร์เก้น คล็อปป์

นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช สามารพาทีม โบรุสซีอา ดอร์ทมุนท์ คว้าแชมป์ในลีกและถ้วยรางวัลต่างๆ จนสามารถครองสถิติในประเทศได้มากที่สุดอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ คล็อปป์ยังสามารถพาดอร์ทมุนท์ เข้าชิงรางวัลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2012-2013 และทำให้ทีมได้รองแชมป์ได้ ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เขาผู้เป็นผู้จัดการทีมของสโมสรได้อย่างยาวนาน เมื่อในปี 2015 เขาก็ได้ลาออกจากตำแหน่งและสโมสร

ต่อมาในปี 2005 เจอร์เก้น คล็อปป์ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมของ หงส์แดง จนกระทั่ง 2018-2019 เขาสามารถนำพาทีมเขาสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งในปีหลังนั้นเขาทำผลงานได้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยการพาทีมประสบความสำเร็จ และพาทีมครองแชมป์เป็นสมัยที่ 6 นับได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของคล็อปป์ ในฐานะผู้จัดการทีมที่ได้ประสบความสำเร็จเช่นนี้

อีกทั้งในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018-2019 เขาสามารถพาทีมขึ้นสู่ตำแหน่งรองจ่าฝูง ในอันดับที่ 2 ของตารางคะแนนในพรีเมียร์ลีกได้ ซึ่งในฤดูกาลถัดมานั้น ในศึกยูฟ่าซูเปอร์คัพปี 2019 เขาสามารถพาทีมคว้าชัยชนะได้สำเร็จ อีกทั้งยังพาทีมคว้าแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ในปี 2019 ได้อีกด้วย

ซึ่งนั่นก็เป็นครั้งแรก ที่สโมสรได้คว้าชัย และนับตั้งแต่ที่มีคล็อปเข้ามาคุมทัพ เขาก็สามารถหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้ถึง 44 นัดในลีก อีกทั้งยังครองประวัติศาสตร์ยาวนานและอยู่ในอันดับที่ 2 เพียงเท่านั้นยังไม่พอ คล็อปยังทำให้การคว้าชัยในพรีเมียร์หลีก เป็นชัยครั้งแรกของลิเวอร์พูลอีกด้วย

คล็อปป์

สิ่งสำคัญที่ทำให้คล็อปป์ สามารถพาลิเวอร์พูลเอาชนะไมนซ์ได้ ในแมตซ์อุ่นเครื่อง

กุนซือวัย 45 ปีอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ชี้ชัดว่า ในเวลา 45 นาทีแรก ผู้เล่นตัวจริงค่อนข้างดุดัน แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะยิงประตูของไมนซ์ได้ ซึ่งในผลงานโดยรวม การเล่นของทีมนั้นน่าประทับใจอย่างมาก บ่งบอกได้ว่าภาพรวมนั้นถือว่าดีในระดับหนึ่ง และในครั้งหลังนั้น เขาได้ให้โอกาสกับเหล่านักเตะที่ได้รับบาดเจ็บ และดาวรุ่งได้ร่วมกันเล่น

ซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวยกทีมสำหรับการเล่นในครึ่งหลัง เพื่อให้พวกเขาได้โชว์ผลงาน และสร้างศักยภาพให้กับตนเอง ซึ่งผลงานของลิเวอร์พูล ยังคงต้องปรับปรุงและแก้ไขอีกเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการเล่นในส่วนต่างๆ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้โทษใคร เพราะว่ามันเป็นเรื่องของการขาดตัวนักเตะหลักหลายคน ทำให้พวกเขาเตรียมความพร้อมมากขึ้น

ซึ่งในเกมอุ่นเครื่องนัดต่อไปนั้น “เดอะ เร้ดส์” ลิเวอร์พูล จะต้องได้พบกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในสัปดาห์ข้างหน้าที่จะถึงนี้ และเหล่าสาวกของ ลิเวอร์พูล เตรียมรับชมความเด็ดของพวกเขาในสัปดาห์หน้าได้เลย ซึ่งบอกเลยว่าได้เห็นความเด็ดนี้อย่างแน่นอน

ในส่วนของ โจเอล มาติป กับ อีบราอีมา โกนาเต พวกเขาสามารถเล่นเข้ากันได้เป็นอย่างดี ซึ่งในช่วงเริ่มต้นของเกมอุ่นเครื่องในครั้งนี้ นั้นถือว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเราจะได้เห็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง หวนกลับคืนลงสนามอีกครั้ง หลังจากที่พวกเขานั้น ได้รับอาการบาดเจ็บอย่างหนักกันหลายใน สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมานั่นเอง

เนื่องจากในแมตซ์นี้ คล็อปป์ ได้เลือกให้ผู้เล่นอย่าง โจเอล มาติป ลงเล่น เพราะสองแข้งหลักอย่าง โจ โกเมซ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ สภาพร่างกายนั้นยังฟิตไม่สมบูรณ์มากนัก ทำให้งานนี้เป็นผลงานการโชว์ฟอร์มของ มาติป ซึ่งเขาเองก็ได้ลงเล่นในสนามครั้งแรก ซึ่งจะได้ยืนร่วมกันกับ กองหลังที่พึ่งย้ายมาได้ไม่นานอย่าง อิบราฮิม่า โกนาเต้ เรียกว่าอนาคตรุ่งแน่นอน

คู่แนวรับคู่นี้บอกเลยว่า เล่นกันได้อย่างลงตัวอย่างมาก ค่อนข้างเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่าเล่นเข้ากันได้ดีมากกว่ากองหลังในซีซั่นที่ผ่านมา ซึ่งการพัฒนาของ โกนาเต้ สามารถบ่งบอกได้ถึงศักยภาพที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และแนวบุกของทีมในเกมนี้ บอกได้เลยว่าแนวรุกนี้ พร้อมที่จะดันเกมให้สูงขึ้นอย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกันมาติป และ โจเอล ในช่วง 45 นาทีแรก สามารถเข้าขากันได้ดี ดังนั้นแล้วจึงมีคำถามจากสาวก เกี่ยวกับเรื่องความพร้อมของ โจ โกเมซ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะพร้อมที่จะลงสู่สนาม แต่ในงานนี้ มาติป กับ โกนาเต้ คาดว่าจะได้รับบทบาทในศึกพรีเมียร์ลีก ในนัดอุ่นเครื่องที่จะได้พบกับ นอริช ซิตี้ และจะได้ยืนคู่กันแน่นอน

สำหรับอนาคตทาคุมิ มินามิโนะ กับ ดิว็อค โอริชี่ ยังเป็นคำถามสำหรับใครหลายๆคน ซึ่งในช่วง 45 นาทีแรก ผู้จัดการทีมอย่างคล็อปป์ก็ได้เลือกนักเตะที่ผลงานดีพอตัว ลงเล่นในเกมนี้ เรียกได้ว่าการเล่นของพวกเขานั้นน่าสนใจมากๆ ถึงอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนตัวในชุดหลังทั้งชุดนั้น เป็นการลงเล่นเพื่อเอาประสบการณ์เท่านั้น

โดยทีมในชุดหลังนี้ จะเป็นผลงานการเล่นในส่วนของดาวรุ่ง โดนแกนหลักที่ได้รับบทบาทในเกมนี้จะมี ดิว็อค โอริกี้, ทาคูมิ มินามิโนะ และ เคอร์ติส โจนส์ ซึ่งงานนี้บอกได้เลยว่า ผลงานของพวกเขาไม่เป็นที่น่าพอใจสักเท่าไหร่ ซึ่งผลงานที่เข้าตาคล็อปป์ ในเกมนี้คงจะเป็น ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ เจ้าหนูวัย 18 ปี เลือดชาวอังกฤษที่คาดว่าอนาคตไกลแน่นอน

ซึ่งเจ้าตัวได้สร้างผลงานที่น่าพอใจ ในตำแหน่งผู้เล่นแนวรุก ที่ได้โชว์ศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งในเกมนี้นั้นเขาได้รับบทบาทในตำแหน่งผู้เล่นตัวจริง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ กับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม พวกเขาอาจจะไม่ได้มีการเล่นที่เหมือนกันมากนัก แต่ผลงานของเขาในนัดนี้ ส่งผลให้คล็อปป์ได้เห็นถึงความสามารถของเขา และจะส่งเขาลงเล่นในเกมที่จะได้พบกับ นอริช ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก นักเปิดเกมซีซั่นแรก

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ เป็นนักเตะที่มีอายุน้อย แถมยังสามารถเล่นได้ดี อีกทั้งยังเล่นแบบกล้าได้กล้าเสีย และประสิทธิภาพในการครองบอลของเขายังสามารถทำได้ดีเยี่ยมอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้บ่งบอกให้เห็นได้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับการเล่นและทัศนคติของเจ้าหนูเอลเลียตต์ ได้เป็นอย่างดี

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ Ufa285s เว็บ แทงบอล อันดับ1 ของไทย