banner

เพราะอะไร พอช ถึงเป็นตัวเลือกแรก ของปารีส

เพราะอะไร พอช ถึงถูก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เลือกมาแต่งตั้ง ให้เป็นผู้จัดการทีม รับช่วงต่อจาก โธมัส ทูเคิ่ล ที่โดนแจ้งปลดอย่างฉับพลัน ไปในวีคที่ผ่านมา เหตุก็เพราะ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง ชาวอิตาลี่ คอนเฟิร์มว่า ตอนนี้รอแค่เวลาที่จะเปิดตัวเท่านั้น !!

เพราะอะไร พอช

หลายท่านคงต้องการคำตอบว่า ทำไมถึงต้องเป็น พอช ? และคำตอบก็คือ เขาคนนี้ดูเหมือนจะ เตรียมความพร้อมกับเรื่องนี้ มานานพอสมควร แต่ในระยะเวลาที่กล่าวมานั้น มันดูเหมือนไร้วี่แววเลย ที่ แมนยู จะปล่อย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาแล้ว เราคงต้องมาลองพิจารณาถึงเหตุผล ว่าเพราะอะไรท้ายที่สุดแล้วทาง เปแอสเซ่ ก็ปล่อย โซลชา มาเลือก โปเช็ตติโน่ และพอชเอง ก็เลือก เปเอสเซ่ เช่นเดียวกัน ? 

กู๊ดโปรไฟล์ สไตล์การรุก !

ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ ใครที่กำลังอยากแย้ง ว่าแล้ว ทูเคิ่ล เขาไม่ดียังไง เขาก็พาทีมไปสู่ความเป็นแชมป์ มาตั้งหลายครั้งแล้วนี้ ไม่ว่าจะ โบรุสซีอา ดอร์ทมุนท์ หรือ พาทีมสู่การแผลงศักดาเดช สู่การคว้า ” ทริปเปิ้ลแชมป์ ” กับ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ต่างกันกับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่หากจะพูดถึงการได้เป็นกุนซือนั้น สำหรับเขาคงเป็นแค่ตัวรอง ไม่ว่าใน อีเอฟแอล คัพ หรือ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 

ถึงกระนั้นแล้ว พอช ก็ทำชื่อเสียงให้แก่ตัวเองได้แบบโดดเด่นมาก พา ” ไก่เดือยทอง ” สู่การรับตำแหน่ง บิ๊กโฟร์ แบบขาประจำ ได้ก้าวสู่สนาม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และทำให้ ” ปืนใหญ่ ” อาร์เซน่อล กระเด็นออกจากวงโคจร และยังมีเรื่องของงบประมาณที่ สเปอร์ ไม่เลือกซื้อใครเข้ามาเสริมทัพเลย ในฤดูกาล 2018 – 2019 ถึงจะไม่ซื้อใครเสริมทัพเลย
แต่เขากลับทำให้ทีมได้ไปลุ้นคำว่าแชมป์กับ หงษ์แดง และ เรือใบสีฟ้า และเรื่องที่เด็ดที่กว่าที่กล่าวมานั้นก็คือ เขาได้พา ไก่เดือยทอง สู่รอบรอบชิงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
และเรื่องนี้นี่เอง ที่ทำให้เขามีโปรไฟล์ที่ยอดเยี่ยม ถูกตาต้องใจทีมใหญ่ยักษ์

ถึงแม้ว่า พอช จะไม่มีประสบการณ์กุนซือที่ได้แชมป์ แต่หากจะพูดถึงเรื่อง สไตล์การนำทีม และโปรไฟล์ของเขาแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่ถูกตาต้องใจต่อเหล่า บอร์ดบริหาร ของ เปแอสเช มากเลยทีเดียว
ซึ่งเรื่องของชัยชนะสูู่คำว่า แชมป์ นั้นจะกลายเป็นเรื่องที่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ หากว่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ท่านนี้ ได้เข้าสู่การทำแควสพิชิตแชมป์ ยูซีแอล ยังถิ่น ปาร์กเดแพร็งส์ ได้หรือป่าว เพียงเท่านั้น 

เป็นคนที่มีชื่อเสียง ในหน้าที่ที่คู่ควร !

ตั้งแต่เวลาที่ พอช ได้รับความสนใจในเรื่องการเป็นกุนซือ ผู้ที่ติดตามก็ได้เห็นเขาวุ่นอยู่กับ ยูซีแอล อยู่เสมอ ๆ ไม่ว่าจะในช่วงที่เริ่มเข้าคุม ” นักบุญแดนใต้ ” และต่อมาชื่อเสียงของเขาก็ดูโดดเด่นเหลือเกินกับ ” เปแอสเซ่ ” นอกจากนั้นแล้ว โปเช็ตติโน่ เขายังเคยผ่าน ลาลีกา มาแล้วด้วย ทั้งในฐานะ ผจก.ทีม และผู้ลงเล่นในสนาม กับ ” เจ้านกแก้ว “

หากดูจากเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ มันดูเหมือน พอช จะไม่เคยได้เจอประสบการณ์ที่ เมืองดินแดนน้ำหอม เลย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น พอช เขาก็รู้ทั้งในเรื่องของ วิถีชีวิต ภาษา และ วัฒนธรรม ของฝั่งเศษอย่างไม่มากก็น้อยเลยครับ เพราะว่าในช่วง 2000 ไปจนถึง 2003 ในช่วง 3 ฤดูกาล เขานั้น เคยได้อยู่กับ PSG ยุคนั้นเป็นยุคที่ โรนัลดินโญ่ ได้รับตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งบราซิเลียน

เช่นนั้นแล้ว พอซ กับ PSG ก็เปรียบดั่งคนที่คุ้นเคยกับทีม ด้วยความที่เป็น ศิษย์เก่าของชาวอาร์เจนไตน์ และสไตล์ของเขาที่จะพาทีมโดดเด่น และโลดแล่นได้ นี้ก็คงเป็นเรื่องที่เหมาะสมและลงตัวมาก ๆ ที่จะเดินหน้าไปสู่ความเป็นราชา 

เพราะอะไร พอช ถึง รับหน้าที่กุนซือ ด้วยใจ !

สิ่งที่ฉันทำลงไป ใจส่งมา ท่อนฮุกสุดคลาสสิกท่อนนี้เลยครับ ที่นำมาอิงถึงความรู้สึกของ พอซ ได้เป็นอย่างดี เขาเคยได้กล่าวถึง PSG ในยุคที่ โปเช็ตติโน่ ยังเป็นผจก.ทีม ” ไก่เดือยทอง ” เขาเจอคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวของอนาคตอยู่บ่อย ๆ ถึงในตอนนั้นเขาจะเป็นผู้คุมทีม สเปอร์ แต่เขาก็พูดอย่างฉะฉานว่า

เคยอยู่ ปารีสมาก่อน ถึง 3 ฤดูกาล และคำถามที่ถามว่า อยากเป็นผจก.ทีม PSG หรือไม่ ? ใช่เลยครับ ทำไมเรื่องนี้จะเป็นไปไม่ได้กันล่ะ ? และคำพูดเหล่านี้ มันก็บอกเราได้มากพอว่า ทำไม โปเช็ตติโน่ ต้อง Paris SG และ ทำไม PSG ต้อง พอซ

พร้อมที่จะรับตำแหน่ง เขาว่างพอดิบพอดีเลยหล่ะ !

บางครั้งหากดูจากคำตอบ ของบทสัมภาษณ์ของเขาแล้ว มันก็ดูเหมือนเขาแอบมีอีโก้ เกินไปสักหน่อย หากลองย้อนไปถึงอดี เขาเคยกล่าวว่า จะไม่มีทางไปทำหน้าที่กุนซือ บาซ่า เป็นอย่างแน่นอน เพราะเขามีเลือดเนื้อมาจาก เอสปันญ่อล จึงเป็นอริตัวฉกาดกับ บาซ่า แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็พร้อมที่จะไปสู่ กั้มป์นู

และด้วยเหตุเพราะ โปโซ่ ก็ว่าง ตอนนี้ไม่ได้รับคุมทีมไหนอยู่ ตั้งแต่ที่ อำลา สเปอร์ เมื่อ 11/2019 จากที่เขาได้นำทีมดิ่งสู่ อันดับ 14 ของ พรีเมียร์ลีก  นั่นแปลว่า ตอนนี้เขาก็ไม่มีหน้าที่การงานอยู่ ประมาณ 1 ปีมาแล้ว 

และยิ่งเป็นในช่วงนี้แล้ว มีโรคระบาดอยู่ จึงทำให้เกิดความท้าทาย ในการครบทีม ที่โค้ชหลาย ๆ คนที่มีฝีมือ กำลังสนุกกับการคุมทีม ที่เพิ่มความท้าทายจากเดิม เป็น 2 – 3 เท่า เพราะจต้องมีการบริหาร ต้องนักเตะ และหลาย ๆ อย่าง ให้อยู่ในความควบคุมของตัวเองให้ได้  

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ Ufa285s เว็บ แทงบอล อันดับ1 ของไทย