banner

โอซาซูน่า เยือนบ้านลิเวอร์พูล ในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายปรีซีซั่น

โอซาซูน่า ในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาล่าสุด พบกับลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก ถูกหงส์แดงบุกอัดโดยผลงานของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แข้งหลักของลิเวอร์พูล ที่ลงสนามมาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นก็สามารถยิงประตูให้กับคล็อปป์ถึง 2 ลูก ทำให้เกมนี้ โอซาซูน่า ทีมจากลาลีกาสเปนพ่ายให้กับลิเวอร์พูล 3 ประตูต่อ 1

ซึ่งในเกมต่อไปลิเวอร์พูล มีตารางเปิดสนามพรีเมียร์ลีกนัดแรก แต่ก็ประสบปัญหาจากเกมที่พบกับโอซาซูน่า เนื่องจาก เคอร์ติส โจนส์ ได้รับอาการบาดเจ็บ โดยในฤดูกาลใหม่ วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม 2564 หงส์แดงจะได้บุกเยือนพบกับ นอริช ซิตี้

โอซาซูน่า

ลิเวอร์พูล เปิดบ้านต้อนรับทีมจากลาลีกาสเปนโอซาซูน่า

ในวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคมล่าสุด ลิเวอร์พูดมีรายการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นเสมอกับ แอธเลติก บิลเบา 1ต่อ 1 และในเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย ก่อนเปิดซีซั่นพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่ 2021-2022 ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับโอซาซูน่า

เจอร์เก้น คล็อปป์ ในเกมนี้ไม่มีแข้งหลักอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บในเกมล่าสุด ทำให้คล็อปป์ตัดสินใจเปลี่ยนทีมยกชุด โดยมีโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ รับบาทตำแหน่งกัปตันทีม ในการล่าตาข่ายร่วมกับ เจ้าหนูวัย 16 ปี ไคเด้ กอร์ดอน และ ทาคุมิ มินามิโนะ

ซึ่งในเกมนี้ อิบราฮิมา โกนาเต้ ได้รับบทบาทผู้เล่นตัวจริง เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ โดยจะได้ยืนคู่กันกับ โจ โกเมซ และในส่วนของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ได้รับบทบาทตำแหน่งม้านั่งสำรองในเกมนี้

ในขณะที่โอซาซูน่า ที่มีฟอร์มยอดเยี่ยมยังไม่เคยแพ้ใครมาก่อน และสามารถเอาชนะในช่วงปรีซีซั่นมาได้ถึง 6 นัดซ้อน โดยเกมนี้ฆาโกบา อาร์ราซาเต้ ได้วางผู้เล่นอย่าง ชีมี่ อบิล่า รับบทบาทในตำแหน่งกองหน้าเป้า แล้ววางผู้เล่นในแดนกลางอีก 5 คน มีทั้งลูกัส ตอร์โร่, อีบัน บาร์เบโร่, อินญิโก้ เปเรซ, ออยเอร์ มาเต้ และ โรแบร์โต้ ตอร์เรส

ในครึ่งแรกเปิดตัวใน 6 นาทีแรก ผลงานการเล่นของโอซาซูน่า ที่มีฟอร์มที่ค่อนข้างดีกว่า ชีมี่ อบิล่า ตัดบอลของลิเวอร์พูลได้สำเร็จ แต่น่าเสียดาย ที่ยิงข้ามคานออกไป ต่อมาอีก 2 นาที ลิเวอร์พูล เอาคืนโดยการสกัดบอล  แต่คอสตาส ซิมิคาส สกัดยิงออกข้างหลังได้เสียก่อน

ในนาทีที่ 13 โอกาสทองของลิเวอร์พูล ที่เสียไปอย่างน่าเสียดาย ในจังหวะที่ โกตาเต้ ส่งบอลยาวมาให้กับแดนหลังอย่าง ทาคุมิ มินามิโนะ หลุดเข้าไปฉายเดี่ยวยิงตาข่ายของโอซาซูน่า แต่ติดเซฟของนายทวาร ฆวน เปเรซ ไปเสียก่อน

ในอีกนาทีถัดมา จังหวะที่ ฟาบินโญ่ ส่งบอลมาให้ ทาคุมิ มินามิโนะ เกี่ยวบอลได้สำเร็จแล้วดวลกับแนวรับของทีมเยือนอย่าง เฆซุส อเรโซ่ แฉลบบอลเข้าประตูตัวเองให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำไป 1 ต่อ 0 ในนาทีที่ 16 ผลงานของไคเด้ กอร์ดอน เจ้าหนูวัย 16 ออกตัวจนเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ

โดยหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงตาข่ายของโอซาซูน่า แต่พลาดท่าออกข้างเสาแบบน่าเสียดาย แต่จังหวะนี้เป็นการล้ำหน้าของ กอร์ดอน จึงทำให้ไลน์แมนยกธงไปก่อน

ในนาทีที่ 21 จังหวะการทำประตูที่สวยงามโดยผลงานของ ทาคุมิ มินามิโนะ ร่วมกับ คอสตาส ซิมิคาส ชิงบอลแล้วยิงในระยะ 6 หลามาให้กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ จ่อยิงส่งบอลเข้าตาข่ายได้สำเร็จ จนทำให้ลิเวอร์พูลนำห่างไปด้วยประตู 2 ต่อ 0

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ส่งเบนวู้ดเบิร์น ลงไปเล่นแทน เคอร์ติส โจนส์ เพราะมีอาการบาดเจ็บและเล่นต่อไม่ไหว ในนาทีที่ 37 อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เกือบทำให้แฟนๆได้เฮอีกครั้ง เมื่อเขายิงบอลเข้าตาข่ายจากนอกกรอบอย่างเต็มเหนี่ยว แต่ยังติดมือนายด่านของทีมเยือนอย่าง ฆวน เปเรซ ที่วิ่งพุ่งปัดบอลออกได้สำเร็จ

ในขณะที่ลิเวอร์พูได้ประตูนำห่างด้วย 3 ประตูต่อ 0 ในนาทีที่ 41 เป็นจังหวะของ ซิมิคาส ที่ส่งบอลเร็วให้กับ ทาคุมิ มินามิโนะ เข้าบอลจากทางซ้ายมือ

หลังจากนั้นดาวยิงทีมชาติญี่ปุ่นได้ส่งบอลมายัง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ใช้ก็ยังรับได้อย่างสวยงาม แล้วผ่านบอลจากมือซ้ายของฝั่งตรงข้าม ยิงเข้าไปที่ตาข่ายอีกครั้ง จนทำให้จบที่สกอร์นี้ได้อีกครั้ง ก่อนจบครึ่งแรกไปอย่างน่าประทับใจ

ออกสตาร์ทที่ครึ่งหลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัว ไคเด้ กอร์ดอน ให้ดิว็อก โอริกี้ ลงมาแทนที่ และในนาทีที่ 50 เบน วู้ดเบิร์น ส่งบอลยาวเข้ามาในกรอบให้กับ ดิว็อก โอริกี้ ทำประตูแต่บอลกลับข้ามคานออกไป หลังจากที่ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน บุกเดี่ยวเข้าไปยิงที่มุมอีกฝั่งตรงข้าม เกือบเข้าประตู แต่ติดที่ เซร์คิโอ เอร์เรร่า นายทวารตัวสำรองสามารถปัดบอลได้ทัน

ในนาทีที่  57 แชมเบอร์เลน ชิ่งบอลมาให้ เบน วู้ดเบิร์น หลุดเข้าไปตักบอลแล้วส่งมาให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ทำประตูอีกครั้งอย่างน่าเสียดาย เพราะยิงไปติดตัวของนายทวารจึงรับได้ทัน ส่งผลให้คล็อปป์ เปลี่ยนเอา ติอาโก้ อัลกันตาร่า, รีส์ วิลเลี่ยมส์ และ เลห์ตัน คล้ากสัน ลงมาเล่นแทน โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

ในนาทีที่ 63 ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าฟรีคิก เบน วู้ดเบิร์น นั้นได้กระแทกไปล้มที่กรอบหน้าของทีมเยือน ทำให้คอสตาส ซิมิคาส ซัดบอลเข้าติดกำแพงไปเสียก่อน ซึ่งในนาทีที่ 70 เป็นผลงานการทำประตูของโอซาซูน่า จังหวะที่ รูเบน การ์เซีย ส่งบอลให้กิเก้ การ์เซีย ไล่บดควีวิน เคลเลเฮอร์ จนยิงประตูได้สำเร็จ 1 ต่อ 3

ในนาทีที่ 71 คล็อปได้ส่ง โอเว่น เบ็ค ลงแทนปีกซ้ายอย่าง คอสตาส ซิมิคาส และส่งแข้งหลักอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เข้ามาแทนที่มินามิโนะ และในนาทีที่ 75 เฮนเดอร์สัน ที่เพิ่งลงมาได้ไม่นาน เกือบเก็บอีกหนึ่งเม็ด จากการจ่ายบอลให้กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ซัดบอลแต่ก็ยังติดที่ผู้รักษาประตูของโอซาซูน่าอีกเช่นเคย จบเกมในถิ่นแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลเอาชนะ โอซาซูน่า 3 ประตูต่อ 1

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ Ufa285s เว็บ แทงบอล อันดับ1 ของไทย